สนับสนุนโดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม Supported by Office of Contemporary Art And Culture ,Ministry Of Culture
หน้าแรก
ประสบการณ์ท่องหนัง
ประวัติหนังไทย
ข่าว
วิจารณ์
สัมภาษณ์
บทความพิเศษ
รายงานหนังไทยในเทศกาลหนังต่างๆ
รายชื่อหนังสือและบทความเกี่ยวกับหนังไทย
รายชื่อ ที่อยู่ หน่วยงาน
 
เมนูยอดนิยม
หนังที่กำลังฉาย
อีติ๋มตายแน่
หลวงพี่เท่ง 2 รุ่นฮาร่ำรวย
บ้านผีปอบ 2008
โปรแกรมหน้า
ปืนใหญ่จอมสลัด
23 ตุลาคม
โปรแกรมหน้า ...วิญญาณอาฆาต
30 ตุลาคม
ห้าแถว
13 พฤศจิกายน
Bitter Sweet
20 - 30 พฤศจิกายน
ฝัน หวาน อาย จูบ
27 พฤศจิกายน
POPULAR
   
อันเนื่องมาจากการประท้วงทักษิณ - 10 มีนาคม 2549
   
 

          มีเหตุการณ์สำคัญของโลก 2 เรื่องที่อยากจะเล่าให้ฟัง

          ทั้งสองเหตุการณ์ต่างเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคมเหมือนกัน เพียงแต่ต่างสถานที่ และเวลาห่างกันถึง 20 กว่าปี

          ต้นเดือนพฤษภาคม 2511 นักศึกษามหาวิทยาลัยซอร์บอนน์ นองค์เทเร่ ที่ฝรั่งเศส  เดินขบวนประท้วงขอให้รัฐบาลปฎิรูปการศึกษา จากการประท้วงเล็ก ๆ เหล่านี้ได้ขยายเป็นวงกว้างขึ้นอย่างไม่คาดฝัน เมื่อประชาชนและผู้มีการศึกษาร่วมเดินขบวนการนักศึกษา เหตุการณ์นั้นต่างรู้จักกันดีในนามของ May 1968

          ขณะที่การชุมนุมยืดเยื้อออกไป เทศกาลหนังเมืองคานส์ก็ดำเนินต่อ ตามประสาความคิดของคนวงการบันเทิงว่า “ เรื่องการเมืองไม่เกี่ยวกับข้า”

          มีคนวงการหนังเพียงไม่กี่คนที่ไม่ยอม คนหนึ่งกล่าวว่า “ มหาวิทยาลัยถูกปิด โรงงานถูกยึด สถานีรถไฟถูกครอบครอง นี่เป็นเหตุการณ์ทางการเมืองครั้งสำคัญ คุณต้องการให้การประท้วงเหล่านี้หยุดที่ประตูเทศกาลกระนั้นหรือ …. เราจำเป็นต้องสามัคคีกัน ”

          บุคคลคนสำคัญอีกคนไม่พูดอะไร แต่จัดการเป็นหัวหอกยึดโรงหนังในเทศกาลไม่ให้ดำเนินต่อไปได้

          เทศกาลหนังถูกปิดไปในที่สุด เมื่อคนทั้งสองยึดม่านจอหนังไม่ให้ฉาย

          เจ้าของวาทะสำคัญคนนั้น  เป็นผู้กำกับที่เรารู้จักกันดีชื่อว่า ฟรังค์ซัวส์ ทรุฟโฟต์ ขณะที่หัวหอกยึดโรงหนังก็คือเพื่อนสนิทของเขาที่ชื่อ ฌองค์ ลุค โกดาร์ด สองผู้กำกับนิวเวฟฝรั่งเศส…….

          …… . . ในช่วงเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 นักวาดการ์ตูนชื่อดังแห่งไทยรัฐ ชัย ราชวัตร ตัดสินใจปิดคอลัมน์ "ผู้ใหญ่ลีกับนางมา" หลังจากเกิดการสังหารผู้บริสุทธ์ที่ ถ.ราชดำเนิน ด้วยเหตุผลว่า สิบกว่าปีที่เขาวาดการ์ตูนล้อการเมืองมา เขารู้สึกว่าการเมืองมันอยู่กับที่

          ทั้งหนังกับการ์ตูน ….. ถ้าจะคิดให้มันเป็นแค่บันเทิง มันก็ใช่ แต่ขอถามหน่อยเถิด จิตสำนึกของการเป็นประชาชนคนธรรมดามันต้องมี

          ดิฉันไม่รู้เรื่องรายละเอียดของการขายหุ้นโกงภาษี  พยายามอ่านหนังสือเพื่อทำความเข้าใจ  แต่ก็ไม่รู้เรื่อง  แต่ดิฉันรู้ว่า “ คุณเป็นผู้นำ คุณยังขายชาติ” ขายใครไม่ขาย ดันมาขายให้กับประเทศที่แสวงหาผลประโยชน์จากไทยตลอด

          เพราะเงินกวาดมาได้ง่าย ๆ แบบนี้ ถึงกล้าทิปช่างสระผมได้ทีละ 500 บาท ! จำนวนเงินก้อนนี้ที่ตัวเราเองยืนลังเลอยู่ตั้งนาน   กว่าจะตัดใจยอมจ่ายให้หลานวัย 10 ขวบเข้าไปดู Ocean World ที่สยามพารากอน

          และที่สำคัญ ทำไมยังหน้าด้านหน้าทนอยู่อีก เขาขับไล่คุณทั้งประเทศ จากชนชั้นกลาง เอ็นจีโอ นักศึกษา แม้กระทั่งเด็ก ไฮโซ ชนชั้นอาวุโส

          “อั๊วไม่ไป หน้าด้านซะอย่าง จะทำไม”

          ผู้นำของชาติเป็นตัวอย่างเลว ๆ เสียแบบนี้ ไม่ได้นึกถึงเลย ว่าเด็กรุ่นหลังจะเลียนแบบจิตสำนึกที่ขาดจรรยาบรรณ จริยธรรม

          หนังกับการเมืองมันไม่เกี่ยวกัน ถ้าบ้านเมืองวุ่นวาย หนังก็ไปไหนไม่ได้เหมือนกัน

          การทำหนังมันไม่ได้มีแค่สไตล์เท่ ๆ แต่มันต้องมีเนื้อหา หรือถ้าคุณจับเนื้อหาก็แค่ความเท่ มันก็หลอกคนไม่ได้เหมือนกัน

          จากเหตุการณ์บ้านเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้ มีคนวงการหนังกี่คนที่รู้สึกคับแค้นใจจนน้ำตาไหล จนต้องขนกล้องออกไปบันทึกเหตุการณ์ไว้  มีหรือไม่

          มีสักกี่คน จะออกไป ทำแบบโกดาร์ด แบบไมเคิล วินเตอร์บัททั่ม หรือไมเคิล มัวร์

          คงเป็นคำถามที่ไร้คำตอบต่อไป

          เป็นครั้งแรกที่เพิ่งจะเข้าใจวาทะของ อ . ธงชัย วินิจจะกูล อดีตผู้นำนักศึกษา 6 ตุลา 2519 ที่ตัดสินใจไม่อยู่เมืองไทยจนถึงทุกวันนี้

          “ ผมไม่อยากให้ลูกผมอยู่ในสังคมที่ลืมง่ายแบบนี้”

          จาก อ.ปรีดี พนมยงค์  อ.ป๋็วย อึ้งภากรณ์ จนถึง อ.ธงชัย วินิจจะกูล  ทำให้ตัวเองอดคิดไม่ได้ว่า "บางทีสังคมไทยไม่ได้มีไว้เพื่อคนจริง"

           เมื่อเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 นั้น  ตัวเองยังเล็กมาก ไม่รู้เรื่องอะไรเลย จำได้แต่เพียงว่าพ่อแม่กับคนข้างบ้าน ต่างรุมดููทีวี รอในหลวงท่านออกมาประกาศ

          จนถึงพฤษภาทมิฬ ที่ข่าวสารถูกปกปิด จนตนเองทนไม่ได้ ต้องออกไปเอาข่าวสาร

          ไม่มีครั้งใดที่ตัวเองจะรู้สึกเท่านี้ กับการต่อสู้บิดเบือนข่าวสาร

          ขอจบแค่นี้ ช่วงนี้ไม่มีแรง กับสภาพสังคงแบบนี้  ขออยู่ผ่านไปวัน ๆ เท่านั้น   ก่อนจะลุกขึ้นมายืนสู้อีกครั้งสำหรับวันที่ 14 มีนาคมที่สนามหลวง

   
   
     

Everything you want to know about Thai film, Thai cinema
edited by Anchalee Chaiworaporn h อัญชลี ชัยวรพร   designed by Nat  
COPYRIGHT 2004 http://www.thaicinema.org. gAll Rights Reserved. contact: thaicine@yahoo.com
By accessing and browsing the Site, you accept, without limitation or qualification, these copyrights.
If you do not agree to these copyrights, please do not use the Site.